ตอนที่ 3 เมื่อผมเกิด

อย่าง ที่บอกนะครับว่า คุณพ่อกับคุณแม่นามสกุลเดียวกัน คือ สายเสมา แต่คุณแม่เกิดและโตที่มวกเหล็ก แต่คุณพ่อนั้นเกิดและโตที่บ้านแดงหม้อ ทั้งสองท่านมาเจอกันที่มวกเหล็กเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๑๖ ความรักของท่านทั้งสองถูกกีดกันจากคุณตา ท่านทั้งสองจึงวิวาห์เหาะ หรือหนีตามกันนั่นเอง

เหตุผลที่ท่านไม่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องนั้น เท่าที่ทราบคือคุณตาไม่ค่อยจะชอบคุณพ่อเท่าไร จึงไม่อยากยกลูกสาวคนโตให้

แต่ในช่วงปลายชีวิตของคุณตา คุณพ่อก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าท่านเป็นดี และเป็นที่รักและไว้วางใจของคุณตามาก

ท่านไปอยู่ด้วยกันที่ปากช่อง จากนั้นจึงเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ ทำงานบ้านอยู่ที่บ้าน ส.ส. ท่านหนึ่ง จน พ.ศ.2519
ก็ให้กำเนิดลูกชายคนโต คือ พี่ชายของผมนั่นเอง

คุณ พ่อเล่าว่า ตอนนั้นกลัวว่าเมื่อลูกโตขึ้นมาจะมีปมด้อยที่เป็นลูกคนใช้ จึงได้ขอลาออก แล้วย้ายครอบครัวไปอยู่ที่สุรินทร์ จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่มวกเหล็ก

นั่น เป็นเรื่องก่อนผมจะเกิด ผมไม่ทราบมากนัก แต่จำได้ว่ามีบันทึกของพ่อเรื่องนี้ เคยเห็นสมัยเด็กๆ เคยเห็นจริงๆ ครับ เพราะไม่ได้อ่าน เพราะเด็กๆ ไม่ค่อยชอบอะไรที่มีตัวหนังสือเยอะๆ เลยไม่ค่อยทราบเรื่อง เท่าที่จำได้ก็จากการบอกเล่าของพ่อกับแม่ และญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ

จนกระทั่งบ่ายสองสิบนาที ของวันศุกร์ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๒๓

เมื่อผมเกิด (๒๕๒๓)

เมื่อเวลาราวบ่ายสองสิบนาทีของวันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแมเอกศก จุลศักราช 1341 เปลี่ยนปีนับแบบไทย คือ เปลี่ยนปีตอนสงกรานต์ ถ้านับปีตามปกติจะเป็น ปีวอกโทศก จุลศักราช 1342 ในสูติบัตรบอกว่าผมเกิดปีมะแม แต่คนรุ่นเดียวกันที่เกิดหลังสงกรานต์จะบอกว่าเป็นปีวอกรัตนโกสินทร์ศก 199 ตรงกับวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2523 (แบบสุริยคติ) ผมก็ลืมตาดูโลกที่โรงพยาบาลมวกเหล็ก คุณพ่อตั้งชื่อว่า “นฤพนธ์” ท่านบอกความหมายประมาณว่า “ผู้นำอันยิ่งใหญ่” แต่แปลความหมายตามที่ผมพบก็คือ “บทร้อยกรองอันงดงาม” แต่บางคนที่ชื่อนี้บอกว่าชื่อนี้แปลว่า “คนที่ไม่มีพันธะ” ทำนองเดียวกับชื่อนฤมล ที่แปลว่าบุคคลที่ไม่มีมลทิน

แต่ตามความหมายที่ผมเข้าใจ (เอาเอง) ผมว่ามันเป็นภาษาสันสกฤต นฤ- น่าจะเท่ากับ นิ- ดังนั้น นฤพนธ์ จึงน่าจะเขียนเป็นบาลีว่า “นิพนธ์” แปลว่า แต่ง เขียน บางคนจึงแปลมันว่า “นักเขียน” ซึ่งก็สอดคล้องกับความหมาย “บทร้อยกรองอันงดงาม”

ถ้าอย่างนั้นก็รวมกันไปเลยเป็น “ผู้แต่งบทร้อยกรองอันงดงาม”
แล้วกันนะครับ

แต่ถ้าลองไปเปิดดูตามพจนานุกรม นฤ [นะรึ]
แปลว่า คน และแปลว่าไม่, ออก มักใช้เติมหน้าคำอื่น เช่น นฤมล แปลว่าไม่มีมลทิน
แต่นฤพนธ์นั้นไม่มี เคยอ่านเจอนานแล้วว่าแปลว่า “บทร้อยกรองอันงดงาม” แต่ถ้าเป็น “นฤพันธ์” ซึ่งเป็นบ่อยๆ น่าจะแปลว่า “ไม่มีพันธะ” ซึ่งชื่อผมก็น่าจะแปลดังนี้ ถ้า -พนธ์ กับ -พันธ์ เป็นคำเดียวกัน

บางคนบอกว่า ชื่อเราจะบอกความเป็นตัวเราได้มากที่สุด ทั้ง 3 ความหมายบอกความเป็นตัวผมได้ทั้งสิ้น
ทั้งไม่มีพันธะ นักเขียน และบทร้อยกรองอันงดงาม

รวมอีกทีเป็น “นักเขียนบทร้อยกรองอันงดงาม ผู้เป็นอิสระ”

ชักเริ่มวุ่นวายมากขึ้นแล้วครับพี่น้อง…

 

ส่วนชื่อเล่น “อั๋น” นั้น แน่นอนว่าแสดงถึงความอวบอั๋นตอนเด็กๆ
น้าเพ็ญเป็นคนตั้งให้ครับ

ในตอนที่เกิดนั้นคุณแม่ขายของอยู่ที่สถานีรถไฟ คุณพ่อขายของ
และรับจ้าง ต่อมาก็ไปเป็นผู้รับเหมาอยู่ในกรุงเทพฯ
ตอนที่เกิดนั้นอาศัยอยู่กับคุณตาที่บ้านพักพนักงานรถไฟ
หรือที่คนแถบนั้นแรกว่าโรงกุลี ความช่วงนั้นผมจำไม่ได้เลย เท่าที่จำความได้ ผมโตมาที่บ้านหลังสถานีรถไฟ
เป็นบ้านเช่าสองชั้น ช่วงหน้าฝนน้ำจะท่วมทุกปี บางปีน้ำขังอยู่หลายวัน ต้องส่งอาหารผ่านจากบ้านที่อยู่ติดถนน

ได้มาคุยกับพ่อตอนโตแล้ว
เรื่องปัญหาครอบครัวของนักเรียนปัจจุบันที่พ่อแม่แยกกันไปทำงานคนละทาง
ให้ลูกอยู่กันเองบ้าง อยู่กับญาติบ้าง พ่อก็เลยบอกว่า
พ่อเองสมัยที่ต้องไปทำงานเป็นผู้รับเหมานั้นไม่ได้เอาแม่และพวกผมไปด้วย
เพราะมันต้องย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ สภาพความเป็นอยู่ไม่ดี
พ่อเลยเลือกที่จะให้แม่เลี้ยงผมกับพี่ที่มวกเหล็ก
ภายในสภาพแวดล้อมที่มีญาติพี่น้องอยู่มากมาย

นับว่าความคิดท่านทันสมัยไม่น้อยทีเดียวนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: