พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี

พระประวัติ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ชั้นที่ ๔) พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี

หากจะกล่าวถึงพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ท่านผู้อ่านนึกถึงพระองค์ไหนบ้าง…

คำตอบอาจจะมีหลายพระองค์ เช่น…

  • สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนา)
  • สมเด็จพระศรีพัชรินทิราบรมราชินีนาถ (พระองค์เจ้าหญิงเสาวภาผ่องศรี)
  • สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ (พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์ หรือที่รู้จักกัน คือ พระนางเรือล่ม)
  • พระนางเจ้าสุขุมาลย์มารศรี พระราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ (พระองค์เจ้าหญิงสุขุมาลมารศรี)

ซึ่งทั้ง ๔ พระองค์เป็นพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๔ ที่ทรงเป็นพระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวงในรัชกาลที่ ๕ ทั้งสิ้น

หรือจะเป็น…

  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี ที่คนในวังเรียกว่า “เสด็จอธิบดี” (น่าจะ) ทรงเป็นอธิบดีหญิงพระองค์แรกของไทย อีกทั้งทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 4 หนึ่งในสองพระองค์ที่ทรงกรมในขณะที่มีพระชนม์ชีพอยู่

พระองค์ไหนอีก… หลายท่านอาจจะนึกออกเพียงเท่านี้ หรือบางท่านอาจจะนึกถึงพระองค์อื่น

สำหรับคนที่เกิดในยุคก่อน พ.ศ.2500 หรือก่อนหน้านั้นสัก 10 – 15 ปี และได้ชมพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือได้ศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นเกี่ยวกับพระราชวงศ์จักรี อาจจะนึกออกเลาๆ ว่า ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรครั้นนั้น

“พระ เจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ในฐานะที่ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่อาวุโสสูงสุด ทรงจัดพระที่ในห้องพระบรรทม และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก”

คำถามที่ตามมา คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ทรงเป็นใคร มีพระประวัติอย่างไร นอกเหนือจากที่ทราบว่าทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่มีพระอาวุโสสูงสุด และจริงๆ แล้ว ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป ที่ทรงมีพระชมมายุยืนยาวที่สุดในพระราชวงศ์จักรี คือ 96 ปี 5 เดือน 29 วัน

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นพระบรมวงศ์ที่ไม่ได้ประกอบพระราชกรณียกิจสำคัญ แต่ก็ทรงเป็นพระบรมวงศ์ที่ทรงดำรงพระองค์อยู่ในศีลธรรม อีกทั้งยังทรงเป็นเจ้านายฝ่ายใน ที่ทั้งเจ้านายไทย และเจ้านายลาว ทรงให้ความเคารพด้วย

พระประสูติกาล

พระ เจ้าบรมบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ประสูติเมื่อวันประสูติเมื่อวันพุธ แรม 11 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2408 ทรงเป็นพระราชธิดาลำดับที่ ๗๔ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และที่ ๒ ในเจ้าจอมมารดาดวงคำ หรือเจ้านางหนูมานแห่งเวียงจันทน์ พระเจ้าบรมบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ทรงมีพระเชษฐภคินีพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนารีรัตนา

 

 

ด้วยคุณจอม เป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าอนุวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินลาว แห่งราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์พระองค์สุดท้าย ซึ่งถ้าจะนับเทียบกับพระราชวงศ์ไทยก็น่าจะทรงมีพระอิสรยศักดิ์ “หม่อมเจ้า” หรืออาจจะถึงชั้น “พระองค์เจ้า” ก็เป็นได้

ธรรมเนียม การลำดับพระอิสริยศของเจ้าประเทศราชของไทยในสมัยก่อนนั้นแตกต่างกันมาก เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก รวมถึงทำเนียมการลำดับพระอิสริยยศ และอิสรยศักดิ์ของพระราชวงศ์ลาวผู้เรียบเรียงยังต้องศึกษาเพิ่มอีกมาก ซึ่งจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป (ส่วนหนึ่งที่น่าจะศึกษาได้คือ พระราชธรรมเนียมราชวงศ์ลาว พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารีนั่นเอง ผู้เขียนยังไม่พบหนังสือดังกล่าว หากผู้ใดมีขอความกรุณาแบ่งปันให้ผู้เขียนอ่านบ้างจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ครับ)

ก่อนจะเล่าพระประวัติของพระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ขอเล่าพระประวัติของพระมารดาก่อนนะครับ

เจ้าจอมมารดาดวงคำ หรือเจ้านางหนูมาน (หนูมั่น) แห่งเวียงจันทน์ เป็นพระธิดาในเจ้าคี่ (คลี่) และทรงเป็นหลานปู่ของเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์พระองค์สุดท้าย แต่เป็นหลานตาของ เจ้าอุปราชด้วย เมื่อเจ้าอนุวงศ์ ก่อการวุ่นวายขึ้นในรัชกาลที่ 3 เจ้าอุปราชไม่ได้ร่วมด้วย เจ้าคี่ พระบิดา ได้พาครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในกรุงเทพฯ เจ้านางหนูมานจึงเกิดที่กรุงเทพฯ มีพระเชษฐา คนหนึ่ง คือ เจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์

ต่อมาเมื่อถวายตัวเป็นพระสนมในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามใหม่ว่า ดวงคำ มีพระองค์เจ้า 2 พระองค์คือ พระองค์เจ้านารีรัตนา และพระองค์เจ้าประดิษฐาสารี ซึ่งพระบรมชนกนาถมีพระราชดำรัสเรียกว่า “ลูกลาวน้อย”

เจ้าจอมมารดาดวงคำนั้นเล่าลือกันว่าผิวเนื้อนวล ในนิราศวังบางยี่ขันที่คุณพุ่มแต่งเรื่องตามเสด็จพระองค์เจ้านารีรัตนาไป เยี่ยมพระญาติคือเจ้าจันทรเทพสุริยวงศ์ เจ้าเมืองมุกดาหาร เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๒ มีกลอนตอนหนึ่งว่า

“แต่คุณจอมตรอมกรมอารมณ์อุรา
ไม่ผัดหน้าผิวเนื้อเธอเหลือนวล
ยังงามงดชดช้อยนั้นน้อยฤๅ
สมเขาฦๅว่าเปนองค์ทรงสงวน
ที่ปราโมทย์โปรดปรานการก็ควร
แบบกระบวนบทบาทเยื้องยาตรา”

เวลานั้นพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังไม่ได้ถวายพระเพลิง เจ้าจอมมารดาดวงคำจึงไม่ผัดหน้าทาแป้ง แต่ถึงกระนั้นผิวเนื้อก็ยังนวลงาม

เจ้าจอมมารดาดวงคำมีพี่ชายคนหนึ่ง ชื่อเจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์ อยู่เมืองอุบลราชธานี

เจ้าจอมมารดาดวงคำ ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ 29 ตุลาคม 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 1 เมษายน รศ.126 พร้อมกับศพพี่ชายคือเจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอรุ่นเล็ก จึงมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับพระเจ้าลูกเธอรุ่นเล็กเช่นกัน ดังเช่นก่อนจะเกิดเหตุการณ์มหาวิปโยคเรือพระประเทียบล่มที่บางพูดนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ก็ได้ทรงเล่าพระสุบินประทานพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารีฟัง

มิได้ดำรงพระอิสริยยศ “เจ้าฟ้า”

แม้ จะมีพระมารดาเป็นถึงเจ้าหญิงลาว เฉกเช่นเดียวกับสมเด็จเจ้าฟ้ากุลฑลทิพยวดี (พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๑ กับเจ้าจอมมารดาทองสุก พระราชธิดาเจ้านันทเสน กษัตริย์แห่งล้านช้างเวียงจันทน์ และในรัชกาลที่ ๒ ทรงสถาปนาขึ้นที่สมเด็จพระราชชายานารี เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี) แต่พระราชบิดาก็มิได้ทรงสถาปนาพระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารีขึ้นเป็นเจ้าฟ้า ดังที่รัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนาสมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลฯ ไม่ ทั้งที่ทรงมีพระราชดำริไว้ว่าหากทรงมีพระเจ้าลูกเธอกับนักองค์เอม แห่งราชวงศ์กัมพูชา (แต่ยังไม่สามารถระบุราชวงศ์ได้) และทุงกู ซาเฟีย พระธิดาในสุลต่านโมฮัมเหม็ดมวซซามชาห์ แห่งลิงคะ จะทรงสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้า

และ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นักเยี่ยมซึ่งเป็นบุตรสมเด็จพระเจ้านโรดมเจ้ากรุงกัมพูชา ซึ่งโปรดฯให้เป็นพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง แลตนกูสุเบีย ซึ่งเป็นน้องสาวสุลต่านมหมุดเมืองลิงงา เป็นพระสนมอยู่ทั้งสองคน ก็ได้ปรารภเป็นการดังทราบทั่วกัน ถ้าพระราชบุตรเกิดด้วยเจ้า ๒ คนนี้ ก็ต้องเป็นเจ้าฟ้าตามธรรมเนียมเหมือนกัน

เหตุการณ์ ในทำนองนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อพระราชธิดาในพระองค์ และเจ้าจอมมารดาเจ้าดารารัศมี (พระยศในขณะนั้น) ซึ่งเป็นเจ้าหญิงล้านนา ประสูติก็ดำรงพระอิสริยยศเพียงพระองค์เจ้าเท่านั้น ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงวิมลนาคนพีสี สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงกับกันแสง และทรงมีพระดำริว่า “เราไม่ยอมให้เป็นเจ้าฟ้า ลูกจึงตาย”

สาเหตุ ที่รัชกาลที่ ๔ ไม่ได้ทรงสถาปนาพระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารีเป็นเจ้าฟ้านั้น ผู้เรียบเรียงยังไม่พบหลักฐานว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่น่าจะสันนิษฐานได้ว่า เพราะเจ้าจอมมารดาดวงคำแม้จะมีพระยศหม่อมเจ้า ถ้าเทียบกับไทย แต่หากมิได้ประสูติภายใต้เศวตฉัตร ซึ่งต่างเจ้าฟ้ากุณฑล ที่พระมารดาเป็นเจ้าหญิงลาว และทรงเป็นพระนัดดาในกษัตริย์ลาวด้วยที่ยังดำรงพระชนมชีพในขณะนั้น

พระกรณียกิจ/พระนิพนธ์

เท่าที่ทราบกันอยู่นั้น พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารีมีเพียงเรื่องเดียว ซึ่งมีการอ้างถึงอยู่บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงประเทศลาว คือ พระราชธรรมเนียมลาว ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ที่เป็นลายพระหัตถ์เท่านั้น

นอกจากนี้ยังทรงให้อุปการะเลี้ยงดูเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์) เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาอักษรสมัยที่วังพระชนก โดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (ชั้น ๔) พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลภาเทวี ขณะยังทรงพระเยาว์พระบิดาได้ถวายให้อยู่ในความอุปการะของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารีซึ่งเป็นพระปิตุจฉา เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมพระองค์เจ้าประดิษฐาสารี

 

คืนวันล่วงเลยมาจนกระทั่งต้นรัชกาลปัจจุบัน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่มีพระอาวุโสสูงสุดเป็นลำดับที่ ๓ รองจากสมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี หากแต่สมเด็จฯ พระพันวัสสาฯ นั้นมิได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนรัชกาล ยังทรงเข้าใจว่าอยู่ในรัชกาลที่ ๘ เนื่องจากไม่มีใครต้องการให้ทรงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหดิล สวรรคตแล้ว เพื่อมิให้ทรงเสียพระทัยอีก ดังนั้นพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระอาวุโสสูงสุดในขณะนั้น คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงนภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี และ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี ซึ่งตามโบราณราชประเพณี เมื่อมีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลใด พระบรมวงศานุวงศ์ภายในที่มีพระอาวุโสสูงสุด ๒ พระองค์ จะทรงจัดพระที่ในห้องพระบรรทม และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลนั้น ดังเช่นที่สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี และพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี (พระยศในขณะนั้น) ทรงเป็นบรมวงศานุวงศ์ที่อาวุโสสูงสุด ทรงทำหน้าที่จัดพระที่ในห้องพระบรรทม และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๘ (นับอย่างปัจจุบัน พ.ศ.๒๔๖๙) ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา (เฉลิมพระนาม) ขึ้นที่สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า และสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี เมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๔๖๘ (นับอย่างปัจจุบัน พ.ศ.๒๔๖๙)

วาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

พระเจ้าบรมบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประดิษฐาสารี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2505 พระชันษา 97 ปี นับเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไปที่มีพระชนมายุยืนยาวที่สุดใน พระบรมราชจักรีวงศ์ พระศพประดิษฐสถาน ณ หอนิเพธพิทยา ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ในโอกาสนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าวงศ์สว่าง มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรลาว เสด็จฯ แทนพระองค์กษัตริย์ลาว ทรงร่วมพระราชพิธีดังกล่าวด้วย


ที่มาเพิ่มเติม
http://www.watbowon.com/Monk/ja/04sj/
http://www.kingvajiravudh.org/main/index.php/2009-01-09-07-31-48/2009-01-08-10-48-26/47-2009-01-08-03-57-19

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: