เหยื่ออธรรม (Les Misérables)

สำหรับคอละครเพลง หรือ Musical Play นั้น คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักละควรเพลงที่มีการแสดงมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี ทั้งมีการจัดคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 10 ปี และ 25 ปี ที่มีการเผยแพร่บน YouTube หลายต่อหลายเวอร์ชั่น อย่าง Les Misérables นะครับ

ที่มีเพลงโดนใจ อย่าง I dreamed a dream, come to me (เพลงนี้ผมชอบมาก), Castle on the cloud, On my own, One day more และอีกหลายๆ เพลง

ชมคอนเสิร์ตฉลอง 10 ปีได้ที่นี้ครับ

ส่วนคอภาพยนตร์ ก็น่าจะเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่รับบท Fantine โดย Uma Thurman และ Liam Neeson รับบท Valjean เมื่อปี 1998  (ดูตัวอย่างกันนะครับ)

และใครที่ติดตาม คุณป้าซูซาน ก็คงจะรู้จักเพลง I dreamed a dream อย่างดี

หนังสือเรื่องนี้เป็นภาษาฝรั่งเศส (แหม…ชื่อก็ออกจะชัดเจนขนาดนั้น) เมื่อปี 1862
ร้อยกว่าปีแล้วนะครับ

ส่วนภาษาไทยนั้น ฉนับสมบูรณ์พึ่งได้รับการตีพิมพ์เมื่อปี 2010 (2553) นี่เองครับ

เรื่องราวเป็นอย่างไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ใครแปล และได้แรงบันดาลใจจากสิ่งใด ถึงได้ลงมือแปลวรรณกรรมดีๆ อย่างนี้ที่เป็นภาษาต่างประเทศให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านภาษาดีได้อ่านหนังสือดีอย่างนี้ครับ

“เหยื่ออธรรม – ฉบับสมบูรณ์” แปลจาก Les Misérables – เลส์  มี-เซ-ราบ๎ลส์   ผลงานอมตะชิ้นเอกอุของวิกตอร์ อูโก (Victor Hugo) ซึ่งตีพิมพ์เป็นครั้งแรก และวางจำหน่ายพร้อมกันในฝรั่งเศสและเบลเยี่ยมเมื่อปี ค.ศ. 1862
วิกตอร์ อูโก (Victor Hugo) คือกวีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหากวีของชาวฝรั่งเศส เป็นที่รู้จักในวงวรรณกรรมโลกด้วยนิยายอมตะสองเรื่อง คือ Notre-Dame de Paris – มหาวิหารนอเทรอ-ดามแห่งกรุงปารีส (1831) และ Les Misérables (1862)  ซึ่งก็คือ “เหยื่ออธรรม” เล่มนี้
“เลส์  มี-เซ-ราบ๎ลส์” เคยได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ในชื่อ “เหยื่ออธรรม” โดยคุณจูเลียต แต่แปลไว้ไม่จบ แปลเพียง 2 ภาคจากที่มีทั้งหมด 5 ภาค และไม่สมบูรณ์ คุณจูเลียตเขียนคำนำชี้แจงไว้ว่า “ข้าพเจ้าแปลเรื่องนี้จากต้นฉบับภาษาอังกฤษ แปลจากภาษาฝรั่งเศสอีกทอดหนึ่ง โดย Charles E Wilmour  ท่านผู้นี้ได้แปลจากฉบับเต็มมาเป็นหนังสือชุดหนึ่ง และต่อมาแปลจากฉบับย่อมาเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง … คราใดที่ต้นฉบับเต็มพรรณนาละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราวบางอย่าง เช่น เรื่องราวที่พาดพิงประวัติศาสตร์การปฏิวัติของฝรั่งเศส หรือบรรยายความคิดปรัชญาโดยพิสดาร ข้าพเจ้าก็มักจะหันมาหาฉบับย่อเป็นตอนๆ ไป และทำอย่างนี้เป็นส่วนใหญ่”  ดังนั้น “เหยื่ออธรรม” จึงแปลไว้ไม่จบ และที่แปลไว้นั้นก็ไม่สมบูรณ์
ต่อมาในปี 2545 อันเป็นปีฉลองอายุครบสองร้อยปีของวิกตอร์ อูโก สำนักพิมพ์ข้าวฟ่างได้จัดให้มีการแปล Les Misérables ออกมาอีกครั้ง ในชื่อว่า “ตรวนชีวิต” โดยเป็นการแปลร่วมกันของอาจารย์สามท่านจากสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่ คุณสุภาภรณ์ อาภาวัชรุตม์  คุณธีรา สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา และคุณพูลสุข ตันพรหม แต่ทว่าก็เป็นเพียงฉบับย่อ  ดังนั้น จึงยังไม่เคยมี Les Misérables  ฉบับสมบูรณ์ในภาคภาษาไทย
นอกจากนี้  อูโกก็ยืนยันในงานชิ้นนี้ว่า พลเมืองทุกคนสำคัญต่อความอยู่เย็นเป็นสุขของชาติบ้านเมือง  และย้ำว่า ด้วยเหตุนี้ ปัจเจกบุคคลทุกคนต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกัน  อูโกมองโลกว่า ไม่ได้มีสิ่งใดไร้ค่าอย่างแท้จริง  ภายในจักรวาล ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ถึงตัวหนอน ไม่มีสิ่งใดสมควรจะถูกกีดกันและรังเกียจ  แต่ละสิ่งก็ล้วนต้องการสิ่งอื่นๆ เพื่อการคงอยู่ของตน   เขาวาดภาพระบบที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรม  แต่ในปริมณฑลเดียวกันนั้น ก็มีความเมตตาที่กอบกู้โลก  เขาบอกว่า อารยธรรมของมนุษย์ตั้งอยู่บนฐานแห่งความเห็นแก่ตัวและการแสวงกำไร แต่ด้วยความเมตตาการุญ โลกจะงดงามขึ้น  เขาวาดภาพของคนทุกข์ระทมที่ถูกสังคมข่มเหง  คนที่มองเพื่อนมนุษย์ด้วยความระแวงและเกลียดชัง  แต่ด้วยการมอบน้ำใจและความรัก  ศรัทธาต่อมนุษยชาติก็บังเกิดขึ้นได้อีกครั้ง  งานชิ้นนี้จึงเสมือนได้ตีแผ่ปัญหาความทุกข์ยาก  แสดงความเห็นใจ  ปลอบประโลม  และให้ความหวัง  จึงยิ่งใหญ่คงความเป็นอมตะ
การกล่าวว่าเป็นอมตะนี้ไม่ได้เกินจริง  เพราะนอกจากตัวหนังสือที่อยู่ยงมาจนปัจจุบันที่ยังมีคนพิมพ์ซ้ำ  มีคนแปล  มีคนวิจารณ์ตลอดมาแล้ว  นับตั้งแต่ปี 1934  ก็ได้มีการสร้างเป็นภาพยนตร์  และมีการสร้างเรื่อยมาหลายครั้ง (1934, 1958, 1982, 1995, 1998 และ 2000)  มีการนำไปดัดแปลงเป็นละครเพลงที่แสดงบนเวทีมาตั้งแต่ปี 1980   และยังคงแสดงมาจนปัจจุบัน
เหตุใดเรื่องนี้จึงเป็นอมตะ ทั้งๆ ที่อูโกเขียนมากว่าร้อยปีแล้ว  ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่า แม้ในยุคสมัยของเรานี้  ปัญหาความยากจน ความทุกข์เข็ญ ความสิ้นหวัง ความโลภ และความรุนแรงที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันยังคงดำรงอยู่   ชีวิตมนุษย์ดูเหมือนไร้ค่าลงเรื่อยๆ ด้วยซ้ำจากความเจริญด้านวัตถุที่มากกว่าสมัยนั้นมาก  ทุกวันนี้ เด็กและผู้หญิงจำนวนมากยังคงถูกกระทำด้วยความรุนแรง ถูกทอดทิ้ง และตกทุกข์ได้ยาก  ผู้ชายจำนวนไม่น้อยยังตกต่ำเสื่อมทรามด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เหลือคณานับ   อูโกให้ความหวังไว้ว่า มนุษย์จะมีความสุขได้ด้วยการต่อสู้กับตัวเอง  และให้ความหวังว่า ความพยายามของเราจะไม่ไร้ผล  มนุษยชาติจะคงอยู่ ถ้ามนุษย์ยังมีความหวัง  นี่กระมังคือเสน่ห์ของงานอมตะชิ้นนี้

และบทสัมภาษณ์ผู้แปลครับ

สำหรับคอวรรณกรรมแล้ว คงไม่มีสุขใดเหนือไปกว่าการได้มีโอกาสละเลียดวรรณกรรมชั้นดี

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วงการหนังสือบ้านเรา ได้ให้การต้อนรับวรรณกรรมระดับคลาสสิกมาแล้วมากมาย เรียงไล่ไปตั้งแต่ “สงครามและสันติภาพ”, “พี่น้องคารามาซอฟ”, “แม่”, “นายแพทย์ชิวาโก้”, “เพื่อนยาก”, “เฒ่าผจญทะเล”, “แกสบี้ผู้ยิ่งใหญ่”, “เจ้าชายน้อย”, “คนนอก”, “กลาย”, “สิทธารัตถะ”, “จะคอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น”, “1984” ฯลฯ…และล่าสุดกับ “ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน” จะเหลือก็แต่ Ulysses ของ “เจมส์ จอยซ์” เท่านั้นที่คอยโกโดต์!

“จุดประกายวรรณกรรม” สัปดาห์นี้ อาสาพาไปเปิดใจ 2 แรงแข็งขัน ผู้ปลุกปั้น “เหยื่ออธรรม” ฉบับสมบูรณ์ในภาคภาษาไทย 1 ชุด 5 เล่มจบบริบูรณ์ แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสโดยตรงของ “วิกตอร์ ฮูโก้” ผ่านฝีมือของ “วิภาดา กิตติโกวิทย์” และการควักกระเป๋าแบบ “หมดตัว” ของ “สุเมธ สุวิทยะเสถียร” เจ้าของสำนักพิมพ์ “ทับหนังสือ”…ชื่อนี้ การันตีครับท่าน!

0 อะไรคือแรงบันดาลใจให้คุณสุเมธริเริ่มโปรเจค”เหยื่ออธรรม”?

เหยื่อธรรมนี้เป็นความชอบความรักจะเรียกว่าหลงส่วนตัวเลยชอบเรื่องนี้มากจริงๆ เพราะว่าอ่านมา 30 ปีแล้ว แต่มันไม่แล้วใจ ตรงที่มันไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ หาคนแปลมาอยู่นานปีเหมือนกันจนมาได้เพื่อนเก่าแก่ บังเอิญเธอมีความคิดตรงกันพอดี

0 ในส่วนของอาจารย์วิภาดารู้จักกับบรรณาธิการสุเมธได้ยังไง?

เป็นเพื่อนกัน 30 ปีแล้วตั้งแต่เป็นนักศึกษา พี่เรียนที่จุฬาฯ แต่พี่สุเมธเป็นเด็กรามฯ แต่เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนที่จุฬาฯ ตอนนั้นพี่จำแม่นเลย สุเมธเขาพิมพ์เหยื่ออธรรมสำนวนแปล “จูเลียต” ซึ่งเป็นนามปากกาของคุณป้าชนิด สายประดิษฐ์

สุเมธเขาเป็นคนบ้าหนังสือคลาสสิก เรื่อง “เหยื่ออธรรม” นี้ก็คาใจพี่มานาน 30 ปีเหมือนกัน คือหลังจากแปล “สงครามและสันติภาพ” เสร็จชีวิตมันว่าง ก็เลยเล็งๆ “เหยื่ออธรรม” ไว้แล้วลองลงมือแปลภาคหนึ่งเป็นแซมเปิ้ล ก็ลองถามไปบางสำนักพิมพ์ แต่หลายแห่งเขาก็ไม่อยากพิมพ์

0 เริ่มแซมเปิ้ลปีอะไร?

ประมาณปี 2545 พอติดต่อไปทางสุเมธ เขาเอา เราก็เอาด้วย ก็เริ่มลงมือ 3 ปี รวดเดียวไม่ทำอะไรเลย ทำแต่ “เหยื่ออธรรม” 3 ปีเต็มๆ จริงๆ ก็มาเสร็จร่างเมื่อ 2548 หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการของสำนักพิมพ์จนกระทั่งตุลาคม 2553 ก็วางแผง (ยิ้ม)

0 อยากถามถึงกระบวนการทำงาน?

ยากสุดๆ เพราะหนังสือต้นฉบับเขาใช้ภาษาฝรั่งเศสเมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว “ฮูโก้” เขาเป็นกวีเอกของฝรั่งเศส ภาษาของเขาก็จะเป็นภาษากวี แล้วมันยังยากในแง่ของจับเนื้อหาด้วย เพราะว่านวนิยายเรื่องนี้มันมีทั้งประวัติศาสตร์ มีทั้งเรื่องของศาสนา เรื่องวัฒนธรรม พวกนี้ต้องค้นข้อมูลเพิ่มเติมมาก เพราะถ้าตีความไม่แตกมันก็แปลไม่ได้ พี่ต้องเข้าถึง “ฮูโก้” จริงๆ ก็เลยต้องค้นคว้าข้อมูลเชิงอรรถมากจริงๆ แต่ข้อได้เปรียบนิดหนึ่งก็มีนะ คือพอดีส่วนตัวพี่เป็นคริสต์ “ฮูโก้” เขาเชื่อในพระผู้เป็นเจ้า เราก็เชื่อ ก็เลยสามารถที่จะเข้าถึงตรงนี้ได้

0 ขั้นตอนการลงมือแปลคร่าวๆ อยากให้เล่าให้น้องๆ ที่อยากจะเป็นนักแปลฟังว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง?

เคล็ดลับในการแปลอันดับแรกจะต้องรักหนังสือการรักการอ่าน เพราะโดยส่วนตัวรักการอ่านหนังสือ พออ่านมากแล้วเราก็อาจจะอยากถ่ายทอดในสิ่งที่เราอ่าน เพราะคนไทยส่วนมากไม่ค่อยรู้ภาษาฝรั่งเศส สองเราต้องรู้จักภาษาที่เราแปลคือภาษาไทยต้องแตกฉานด้วย ถ้าไม่แตกฉานก็จะถ่ายทอดออกมาไม่ได้ สรุปก็คือต้องรักภาษาและรักหนังสือ นี้เป็นเคล็ดลับสูงสุด ทำงานแบบนี้มันอยู่กับตัวเองค่ะ ทำงานแบบนี้ต้องมีวินัยสูงมาก เพราะวันๆ ต้องอยู่กับต้นฉบับ อยู่กับแป้นพิมพ์ อยู่กับ Dictionary พี่เห็นหลายคนลองๆ ดูแต่ก็อยู่ไม่ได้ ถ้าอยากเป็นนักแปลก็ต้องยอมว่าเราจะต้องอยู่กับสิ่งนี้โดยลำพังได้ก่อน

0 อยากให้เปรียบเทียบการค้นคว้าข้อมูลมาช่วยแปลระหว่างยุคนี้กับยุคก่อน?

ต่างกันมาก การแปลยุคนี้ง่ายขึ้นมาก สมัยก่อนไม่มี Google พี่ต้องตระเวนตามร้านหนังสือ ตามห้องสมุด ตามบ้านเพื่อน เพื่อหา Text ต่างๆ อย่าง “เหยื่ออธรรม” ฉบับสมบูรณ์ชุดนี้  นอกจากที่พี่จะแปลจากภาษาฝรั่งเศส พี่ยังใช้เล่มภาษาอังกฤษ และภาษาจีนช่วยด้วย โดยเฉพาะภาษาจีน หมายถึงพี่ใช้ต้นฉบับ “เหยื่ออธรรม” ที่แปลเป็นภาษาจีนมาประกอบ คือคนแปลภาษาจีนเล่มที่พี่ได้มานี้ เขาทำการบ้านมากจริงๆ แล้วเขาก็มีเชิงอรรถมากจริงๆ มากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในงานวรรณกรรมแปล ทำให้เราได้ข้อมูลหลากหลายมากๆ และส่วนใหญ่ก็ได้จากของฉบับแปลภาษาจีนนี้แหละ

0 แสดงว่าอาจารย์วิภาดาสามารถใช้งานได้ทั้ง 4 ภาษาเลยคือฝรั่งเศส อังกฤษ จีน ไทย?
ค่ะ

0 เวลา 3 ปี ที่ทุ่มให้กับการแปลนี่ ผมคงไม่ถามว่าทางภาครัฐหรือหน่วยงานราชการยื่นมือเข้ามาช่วยหรือไม่ เพราะมันหลอกตัวเองเกินไป?
โชคดีที่ครอบครัวพี่เข้าใจงานที่ทำ เลยทำงานแปลตรงนี้ได้อย่างสบายใจ สามีเลี้ยงค่ะ (ยิ้ม)

0 เวลา 3 ปีรวด โดยที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยหรือ?
ค่ะ 3 ปีรวด ทุกวันเลย เจ็ดโมงเช้าถึงสามสี่ทุ่ม ยกเว้นช่วงเลี้ยงลูก (ยิ้ม)

0 พอจะเล่าคร่าวๆ ได้ไหมว่าเช้าจรดเย็นทำอะไรบ้าง?
 เช้าขึ้นมาส่งลูกไปโรงเรียน เสร็จแล้วก็มานั่งหน้าจอ แปลหนังสือ บางครั้งก็ไปตามร้านหนังสือ ไปตามห้องสมุด ไปตามงานขายหนังสือ เพื่อที่จะหาข้อมูล พอถึงตกเย็นก็ทานข้าวเย็น ทานเสร็จก็ทำต่อ เป็นอย่างนี้ 3 ปีจริงๆ ไม่มีวันหยุดเลย จนกระทั่งส่งงานให้คุณสุเมธเสร็จปุ๊บเนี่ยมันโหวงเลย นกป่าเชื่อไหม มันเหมือนกับชีวิตมันเคว้งคว้าง “เหยื่ออธรรม” มันเป็นการทำงานของชีวิตจริงๆ ถึงตรงนี้พี่ต้องบอกว่ามันมีความสุขจริงๆ ที่ได้เห็นชุดหนังสือ “เหยื่ออธรรม” ทั้ง 5 เล่มวางอยู่ตรงหน้านี้ (ยิ้มภูมิใจ)

0 ย้อนกลับไปวัยเด็ก อ.วิภาดาอ่านหนังสือแนวไหน และสิ่งไหนที่ทำให้สนใจ”เหยื่ออธรรม”?

วัยเด็กก็อ่านหนังสือจีนเป็นหลัก เพราะที่บ้านมีหนังสือภาษาจีนเยอะ ก็อ่านหนังสือวรรณกรรมเด็กภาษาจีนเป็นหลัก ส่วน “เหยื่ออธรรม” สนใจเพราะว่าเข้าพี่เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปี  2516 เข้าไปปุ๊บก็เข้าไปอยู่ในขบวนการนักศึกษาเลย ยุคดอกไม้ประชาธิปไตยเบ่งบาน แล้วหนังสือฝ่ายซ้ายสมัยนั้นมันมีออกมาเยอะมาก พี่ก็ได้อ่านเยอะ ได้อ่าน “เหยื่ออธรรม” สำนวนแปลของคุณ “จูเลียต” แต่มันไม่จบ แต่ตอนนั้นก็ไม่ทราบนะคะว่าทั้งหมดมีกี่ภาคกันแน่ มาตอนหลังถึงทราบ เพราะเราได้ดูละครเพลง Broadway “เหยื่ออธรรม” เขาเล่นเลยเนื้อความในหนังสือที่คุณ “จูเลียต” แปลเอาไว้ ทำให้เรารู้ว่าท่านแปลไม่จบ เรื่องเต็มๆ มันสนุกมากๆ มันมีเรื่องของการต่อสู้ เรื่องของอะไรอีกหลายๆ อย่าง มันน่าสนใจ ก็เลยอยากจะแปลให้มันจบ คอวรรณกรรมไทยก็จะได้อ่านฉบับสมบูรณ์ คือ “เหยื่ออธรรม” มันแปลมาแล้วเกือบทุกภาษาในโลกนี้ พี่ก็เลยไม่อยากให้พลาดภาษาไทยของเรา งานเสร็จแล้ว พี่ตายตาหลับแล้ว (ตาแดงๆ)

0 คุณสุเมธในฐานะที่เป็นบรรณาธิการบริหาร พูดง่ายๆ ว่าเป็นนายทุน การพิมพ์วรรณกรรมหนักๆ แบบนี้ เตรียมรับมือการขาดทุนหรือยัง?

ผมเตรียมใจตั้งแต่ทำเล่มแรกเมื่อ 30 ปีก่อนแล้วครับ เราไม่คาดหวัง Mass อยู่แล้ว วรรณกรรมหนักที่ผมทำเป็นกลุ่มเฉพาะ คือคอวรรณกรรมจริงๆ แต่ “เหยื่ออธรรม” ชุดนี้ ยอมรับเลยว่าต้นทุนสูง ก็หนักใจเหมือนกัน

0 กลุ่มนักอ่านที่เป็นแฟนสำนักพิมพ์ “ทับหนังสือ” จริงๆ พี่สุเมธว่ามีตัวเลขประมาณเท่าไหร่?
ค่อนข้างตอบยากเหมือนกัน
0 โดยฐานแล้วถ้าคำนวณน่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ
ก็น่าจะอยู่สักประมาณ 700-800 สำหรับแฟนพันธุ์แท้จริงๆ

0 ภาครัฐหรืออย่างน้อยๆ ห้องสมุดของรัฐน่าจะมีส่วนช่วย “อภิสิทธิ์” ก็คอวรรณกรรมเห็นว่าชอบ “โลกของโซฟี”

ก่อนอื่นภาครัฐน่าจะลงมาคุยกับพี่มกุฎ อรฤดี ก่อน โปรเจกต์สถาบันหนังสือของแกดีมากๆ แกไม่พูดเปล่า ยังทำให้ดู คุณคิดดูพี่มกุฎ “ดอน กิโฮเต้ : ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน” แกต้องแบกต้นทุนมหาศาล ผมทำ “เหยื่ออธรรม” ผมรู้เลย…ส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างจะพูดยากเหมือนกัน พูดมากไปคนก็จะหมั่นไส้ ว่าก็เสือกมาทำเอง อยากเจ๊งเอง คือเราเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ ไง แต่ดันอยากจะทำสิ่งที่เรียกว่าเกินตัวไปหน่อย (ยิ้ม) นี่ยังโชคดีนะที่พี่ “จรัญ หอมเทียนทอง” เจ้าของสำนักพิมพ์ “แสงดาว” อาสามาช่วยดูแลเรื่องการจัดจำหน่าย ถ้าผมทำเองทั้งหมดผมต้องตายแน่ๆ

0 จะมีการจัดงานเปิดตัวหนังสือไหม

ทางสำนักพิมพ์ “แสงดาว” ของพี่ “จรัญ หอมเทียนทอง” ที่เป็นสายส่งให้สำนักพิมพ์ “ทับหนังสือ” ของผม กำหนดวันเอาแล้วว่า 25 ตุลาคม 2553 เวลาบ่ายโมง ที่งานมหกรรมหนังสือฯ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็จะมีอภิปรายนำโดยพี่เทพ-เทพศิริ สุขโสภา แล้วทางพี่จรัญจะมีกระเป๋าผ้าของแท้กับเสื้อยืดของแท้ “เหยื่ออธรรม” สมนาคุณให้ผู้ซื้ออย่างละ 1 ชุด

0 “เหยื่ออธรรม” 5 ภาค ชุดสมบูรณ์นี้ ราคาชุดละเท่าไหร่
ผมตั้งไว้ 3,500 บาทครับ

ขอบคุณที่มาดีๆ

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3283714_แนะนำ_วรรณกรรมคลาสสิค__quot_เหยื่ออธรรม_quot_

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/read-write/20101016/357588/เหยื่ออธรรม-ภาคภาษาไทยฉบับสมบูรณ์.html

  1. อ่านเข้าใจยากฮะ เหมือนอ่านหนังสือราชการ

  2. ผมได้มีโอกาสได้ดูละครเรื่องนี้ที่อังกฤษสองสามรอบ ซึ่งคนที่เคยไปดูละครเวทีต่างประเทศจะรู้ว่าจะเป็นการเล่นดนตรีสดและร้องสด เสียงและอารมณ์ไปด้วยกันดีมาก ต้องยอมรับว่ารอบแรกที่ไปดู นึกว่าตัวเองเพี้ยนหรือป่าว ดูๆไปน้ำตาไหล หันไปมองฝรั่งที่นั่งข้างๆ เห็นนั่งสะอึกสะอืนเหมือนกัน พอรู้ว่าทำเป็นหนังก็รีบไปดูโดยเร็ว

    พึ่งไปดูหนังมาวันนี้ ดนตรีดีมาก ๆอาจจะบอกได้ว่าดีกว่าละคร แต่เสียงคนร้องยังสู้ละคร “เกือบได้” แต่โดยรวมดีมาก ๆ ครับ สำหรับคอละครเวที (หนัง) ที่เป็นมิวสิคัล ดูไปแรก ๆ เริ่มอารมณ์เครียดและเศร้าไปตามเนื้อเรื่อง

    ดูไปซักพัก อารมณ์เริ่มค้าง คนนั่งข้างๆนั่งหัวเราะ รวมไปถึงหลายคนในโรงด้วย ??? เราละงง เรื่องออกจะเครียดและเศร้า หัวเราะเฉย ตกใจเล็กน้อย เลยเหลือบไปดู sub title ที่แปลเป็นไทย อ่านไปซักพักก็ถึงบางอ้อ …. อืม … ต้องยอมรับว่าเนื้อเรื้่องทั้งหมดที่เป็นเนื้อร้องน่าจะแปลยากมากๆ เพื่อสื่อความหมายและอารมณ์เป็นภาษาไทย แต่บางส่วนอาจจะผิดไปจากเนื้อเรื่องที่ร้องอยู่

    อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวน่ะครับ ถ้าใครสามารถแจ้งผู้ทำ sub title ในหนังให้ปรับแก้คำแปลเพื่อคงอรรถรสทางอารมณ์ได้ก็คงจะดีไม่น้อย ความเห็นส่วนตัวน่ะครับ ผิดถูกอย่าว่ากันน่ะครับ

    ปล ไม่ทราบว่าไปหาซื้อวรรณกรรมเรื่องนี้ฉบับแปลไทยได้ที่ไหนครับ ?

  3. สั่งซื้อกับทาง สำนัำกพิมพ์แสงดาว ได้ครับ
    ไปดูหนังมาแล้วเหมือนกัน ชอบมากครับ

  4. ดูในyoutubeได้ค่ะ concert 10th anniversaries les miserable ดูแล้วน้ำตาไหลค่ะ มีซับ อังกฤษ แปลไม่ยากค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: